วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การเมืองลาว - นักเรียนตกเป็นนักโทษ ตอน 1

การเมืองลาว - นักเรียนตกเป็นนักโทษ ตอน 1


นักโทษ 1139  วัน ซึ่งเป็นชีวิตจริงของนักเรียนวิทยาลัยเวียงจันทน์ที่ได้ประสบด้วยตัวเอง ในค่ายคุมขังต่างๆ เป็นเวลาถึง 1139 วัน หลังจากพระราชอาณาจักรลาวได้ถูกโค่นล่ง ได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองเป็นสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวกำอำนาจและปกครองประเทศ ในปี 1975  

เริ่มด้วยตอนที่พวกนักเรียนถูกยุยงให้ประท้วง นาง วง สุวรรณวง ขอเล่าเรื่องชีวิตการเป็นอยู่ การถูกคุมขัง และทรมารในคุกต่างๆ ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ชีวิตในศูนย์สัมนา เศร้าสะเทือนใจ อดหิว เห็นการฆ่าคนลาวอย่างเลือดเย็น ด้วยที่พวกเราไม่มีความสามารถที่จะช่วยได้เลย ผู้ที่เคยถูกไปสัมนามาแล้ว หวาดกลัว ระแวง กลัวคนมาปรองร้าย และกลัวถูกจับไปขังอีก  จากประสบการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น  เรา ในฐานะผู้รอดตายมาแล้ว จากที่คุมขังหลาย และเพื่อหาช่องทางต่างๆ ให้ผู้ที่ถูกจับจากภัยการเมือง ได้รับสิทธิความเป็นมนุษย์ และอยากให้พวกเขาได้รับอิสรภาพ  เราขอเปิดเผยการถูกคุมขังในสถานที่ต่างๆ  จึงขอเรียกร้องให้คนลาวและชาวต่างชาติ หาทางแก้ไขสิ่งที่คนลาวจำนวนมากประสบพบมา หากคนลาวไม่รักคนลาวด้วยกันเอง แล้วบ้านเมืองจะพบความสงบ และเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร 
ทุกคนควรหาทางแก้ไข ช่วยเหลือกัน เพื่ออนาคตของชาติลาว   เรื่องที่เราให้ท่านฟังนี้ เป็นเรื่องที่คนลาวจำนวนมากประสบพบมาแล้ว ซึ่งเป็นความจริง เป็นเรื่องที่โลดโผนเกินปกติ คนที่ไม่มีโอกาสได้ออกไปบอกลาครอบครัว ญาติพี่น้อง ส่วนคนที่รอดตายจากที่กักขังออกมาได้ ก็มักจะสุขภาพทรุดโทรม

บทที่ นักเรียนถูกยุยงให้ประท้วง  

เราขอเล่าย้อนคืนเหตุการณ์ปั่นป่วนของนักเรียน นักศึกษาในเวลานั้น เราเป็นนักเรียนคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเวียงจันทน์  เกิดในวันที่ 4 พฤษภาคม 1960 ที่แขวงเวียงจันทน์ เป็นลูกสาวของพ่อนวล และ แม่ทิพเกสร วิทยาลัยเวียงจันทน์เป็นโรงเรียนหลวง  มีนักเรียนหลายชนชั้น หลายชนเผ่า  หลายชาติ  ครูที่มาสอนนั้นมีครูลาว และครูต่างชาติ ที่วิทยาลัยเวียงจันทน์มีการเลือกหัวหน้า และผู้ช่วยหัวหน้าห้องเรียน มีประธานโรงเรียน  21 กุมภาพันธ์ 1973  เป็นวันเซนต์สัญญาหยุดยิงระหว่างรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาวฝ่ายขวา เซ็นต์โดย เสด็จเจ้าสุวรรณภูมา และกลุ่มลาวรักชาติลาวคอมมิวนิสต์ฝ่ายซ้าย  เซ็นต์โดยเสด็จเจ้าสุพรรณวง  

เริ่มตั้งแต่ปี 1973  นักเรียนถูกยุยงส่งเสริมให้ปั่นป่วนในด้านการเมืองและไม่เรียนหนังสือตามปกติ หลังวันซึ่งวันที่เจ้าสุวรรณวงเข้ามาเวียงจันทน์ มีครูลาวบางคนบอกลูกศิษย์ว่า ไม่มีการสอนหนังสือ ขอให้พวกลูกศิษย์ไปต้อนรับเจ้าสุพรรณวง และพี่น้องกลุ่มลาวรักชาติ เด็กน้อยลูกศิษย์ ก็เชื่อฟังครู อาจารย์ก็พากันไปต้อนรับ นักเรียนรุ่นพี่กลุ่มหนึ่ง อยากอวดให้เพื่อนเห็นว่า พวกเขาก้าวหน้าพานักเรียนรุ่นน้องไปประท้วงรัฐบาลได้  ได้กล่าวประนามการปกครองไปประจารระบอบการปกครองของรัฐบาลตัวเอง ทั้งๆที่ตัวเองเกิดและโตในระบบนั้น  ห้องเรียนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ มาพวกมาชวนไปประท้วง ก็พากันตามไป

ทั้งๆที่ไม่รู้สาเหตุในการไปเดินขบวน กลายเป็นเรื่องยุ่ง เพราะไม่ได่้รียนหนังสือ ไปกับพวกเพื่อน พอไปถึงสถานที่ประท้วงแล้ว จึงมีผู้มากล่าวถึงสาเหตุการเดินขบวน นี่ละคือเยาวชนผู้ไม่มีประสบการณ์ชีวิต  คล้ายกับผ้าขาว แล้วแต่ผู้ใหญ่จะเอาไปย้อมเอาสีดำหรือสีแดง ลูกศิษย์จำนวนหนึ่งถูกหลอกว่าตัวเองเก่ง  การปั่นป่วนโดยนักเรียน นักศึกษา หนักมากขึ้นไปเรื่อยๆ ครูอาจารย์ผู้เอียงซ้าย ก็ยุยงให้เด็กน้อยลูกศิษย์ ไปแห่ขบวน ด่าประจาญการปกครอง  เจ้าหน้าไม่จับกุมนักเรียน ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ รู้เท่าไม่ถึงกาณ์  แต่แล้ว บ้านเมืองก็เริ่มวุ่นวาย และรัฐบาลฝ่ายขวาก็หมดอำนาจไป 

ตอนนั้นการประท้วงกลายเป็นโรคระบาด มีการประท้วงหลายโรงเรียน หลายกระทรวงทบวงกรม หลายองค์การ ที่พวกตนเคยทำมา ทั้งๆที่นิสัยใจคอของคนลาว รักความสงบ มีอะไรก็พูดกันก่อน  พวกที่พาเพื่อนไปประท้วง ถือว่าเป็นกีฬา คิดว่าตัวเองฉลาด ผยอง ชื่อเท่าช้าง แต่หางเท่าแมว กลายเป็นเครื่องมือในการโค่นล้มรัฐบาลของตัวเอง  หลายปีผ่านมาจึงค่อยเข้าใจได้ว่า ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ลาว ระบอบใหม่  ถ้าผู้ใดวางแผนหรือสงสัยจะประท้วง ก็จะถูกจับไปขังลืม ไม่รู้ว่าจะปล่อยตอนไหน  ถ้าเป็นคนต่างชาติ ถ้ามีบุญ สถานทูตรู้ว่าถูกจับ ก็จะได้ถูกเนรเทศออกจากเมืองลาว บ้านเมืองวุ่นวาย พี่น้องลาวที่มีประสบการณ์ในช่วงคอมมิวนิสต์ลาว ที่ได้อพยพหลบภัยจากเขตปลดปล่อยเก่า เริ่มโดน พี่น้องชนเผ่าก็โดนเหมือนกัน  พี่น้องไทดำที่เคยอพยพศึกมาจากเดียนเบียนฟู  พี่น้องลาวม้งและพี่น้องลุ้ม ก็โดน เสี่ยงชีวิตกับการถูกจับ กับการถูกยิง  

ตอนนั้น เรามีอายุ 15 ปี ได้ถามพวกเราชื่อ แก้ว กรมจันทน์ ว่า  ครอบครัวเราจะไม่โดนใช่ไหม  เขาตอบว่า เจ้าชีวิตอยู่ได้ ประชาชนก็อยู่ได้  นี่เป็นเมืองลาวเรา เราต้องลุกฮือ ชาตินิยม รักบ้านเกิดเมืองนอน 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น